# อัลนักบา (Al Nakba) : ความหายนะ
“ในตอนจบของสงครามปี 1948 หมู่บ้านทั้งหมด 1,000 หมู่บ้าน ไม่เพียงแค่ถูกลดจำนวนประชากรแต่ยังถูกทำลายด้วย บ้านของพวกเขาเป็นดังภาพ-ถูกคุกคาม ขณะที่ในหลายๆแห่งยากที่จะเข้าไป ในวันนี้ นักเดินทางที่ช่างสังเกตจะสามารถเห็นร่องรอยของการมีอยู่ของพวกเขา ตามถนนและทางหลวงของอิสราเอล ซึ่งเป็นร่องรอยที่หลบหนีจากคนเดินผ่านไปมาอย่างไม่สนใจ(คนที่เดินผ่านอย่างไม่สนใจจะไม่สังเกตุเห็น) ประกอบไปด้วย พื้นที่ที่เคยมีการต่อสู้, ผ่านเนินเขาเล็กๆบ่อยๆ, ต้นมะกอกและต้นผลไม้อื่นๆ ขาดการดูแลเอาใจใส่, แนวต้นแคคตัสและต้นไม้อื่นๆขึ้นรก ตอนนี้และต่อจากนี้บ้านที่พังทลายทิ้งซากไว้ ปล่อยปละละเลยมัสยิด/โบสถ์ กำแพงพังทลายตลอดทางของหมู่บ้าน แต่หลักใหญ่ของเหตุการณ์คือ ซากศพที่กระจัดกระจายปนกับหินและเศษอิฐเศษปูนตลอดภูมิประเทศที่ถูกลืม”
จาก“ทั้งหมดกลายเป็นซากศพ” ของวาลิด คอลิดิ นักเขียนชาวปาเลสไตน์

ภาพบ้านเรือนชาวปาเลสไตน์ทางตะวันออกของเยรูซาเล็มที่ถูกทำลาย

ภาพผู้อพยพชาวปาเลสไตน์ที่ถูกกั้นจากบ้านของเขา
# เรื่องโกหก: เจ็ดกองทัพอาหรับพร้อมอาวุธครบครันพยายามทำลายกองทัพอันอ่อนแอของรัฐยิวที่เพิ่งถูกตั้งขึ้นใหม่
กองทัพอาหรับมีความตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่จะหยุดการบุกรุกของไซออนิสต์ในปาเลสไตน์
ตามข้อตกลงที่ทำขึ้นระหว่างกษัตริย์อับดุลลอฮ์กับตัวแทนชาวยิวในการแบ่งเขตปาเลสไตน์ ชาวอาหรับจำนวนมากไม่ย้ายออกจากพื้นที่ซึ่งได้เปลี่ยนเป็นเขตเวสแบงค์

พื้นที่ Lydda, Ramla, and the Triangle Areas ถูกส่งมอบโดยไม่มีการต่อสู้ กองทัพของทรานส์จอร์แดนถอนทหารออกตามคำสั่งของกษัตริย์อับดุลลอฮฺ และเมื่อกองทัพอิสราเอลโจมตีกองทัพของอียิปต์และซีเรียในกลางเดือนตุลาคม 1948 กองทัพของอิรัคและจอร์แดนถูกห้ามไม่ให้เป็นมือที่สาม
กองทัพของอียิปต์และอิรัคมีการสนับสนุนและติดต่อสื่อสารกัน กองทัพของซาอุดิอาระเบียและซูดานให้ทหารจำนวนพันคนไปช่วยในช่วงกลางของสงคราม กองทัพเลบานอนอยู่ใน Upper Galilee ซึ่งเป็นสถานที่ที่อนุญาตให้อาหรับเข้าไปอยู่ได้ตามแผนแบ่งเขต

กองกำลังยิวเริ่มต้นปฏิบัติการทางการทหารในปาเลสไตน์ก่อนที่การควบคุมปาเลสไตน์ของอังกฤษจะสิ้นสุดลง(ปาเลสไตน์เคยอยู่ในอำนาจของอังกฤษ)
ในเวลาที่รัฐอาหรับเข้ามาแทรก (หลังการออกไปจากปาเลสไตน์ของกองกำลังอังกฤษในวันที่ 15 พฤษภาคม 1948) กองกำลังยิวเข้ายึดครองไม่เพียงพื้นที่ที่แบ่งไปเป็นรัฐยิว แต่กินพื้นที่เกืยบทั้งหมดของรัฐอาหรับ
ในเดือน กรกฎาคม 1948 กองกำลังอาหรับรวมกันประมาณ 40,000 คน ต่อ กองกำลังยิว 63,000 คน
ในฤดูใบไม้ผลิปี 1949 กองกำลังอาหรับจำนวน 55,000 คน ต่อ กองกำลังชาวยิว 115,000 คนที่ถูกฝึกอย่างสมบูรณ์
เนื่องจากมีการสั่งห้ามกองกำลังนานาชาติเข้าไปยุ่งเกี่ยว กองทหารอาหรับจึงขาดแคลนอาวุธ หลังจาก 25 กุมภาพันธ์ 1948 ทหารอาหรับได้รับปืน 20 มม.ที่เคยถูกใช้แล้ว บางส่วนของอาวุธเคยใช้โดยกองปืนใหญ่ของอิรัคซึ่งนานมากกว่า 30 ปีมาแล้ว ซีเรียไม่มีลูกกระสุนสำหรับปืน 155 มม. ขณะที่คลังอาวุธของยิวเติบโตตลอดเวลา โดยเฉพาะหลังจากการขนส่งอาวุธผิดกฏหมายจาก เชคโกสโลสโลวาเกียในเดือนพฤษภาคม 1948
เบน กูเรียน เขียนไว้ในเมื่อวันที่ 11 พฤษจิกายน 1948 ว่า “ให้เราตระหนักถึงความจริงว่า: เราชนะไม่ใช่เพราะว่าเราปฏิบัติการได้ดีอย่างน่าประหลาด แต่เป็นเพราะว่ากองกำลังอาหรับที่ผุพัง”
ที่มา: Zionism Facts and Myths