# อัลนักบา (Al Nakba) : ความหายนะ
“ในตอนจบของสงครามปี 1948 หมู่บ้านทั้งหมด 1,000 หมู่บ้าน ไม่เพียงแค่ถูกลดจำนวนประชากรแต่ยังถูกทำลายด้วย บ้านของพวกเขาเป็นดังภาพ-ถูกคุกคาม ขณะที่ในหลายๆแห่งยากที่จะเข้าไป ในวันนี้ นักเดินทางที่ช่างสังเกตจะสามารถเห็นร่องรอยของการมีอยู่ของพวกเขา ตามถนนและทางหลวงของอิสราเอล ซึ่งเป็นร่องรอยที่หลบหนีจากคนเดินผ่านไปมาอย่างไม่สนใจ(คนที่เดินผ่านอย่างไม่สนใจจะไม่สังเกตุเห็น) ประกอบไปด้วย พื้นที่ที่เคยมีการต่อสู้, ผ่านเนินเขาเล็กๆบ่อยๆ, ต้นมะกอกและต้นผลไม้อื่นๆ ขาดการดูแลเอาใจใส่, แนวต้นแคคตัสและต้นไม้อื่นๆขึ้นรก ตอนนี้และต่อจากนี้บ้านที่พังทลายทิ้งซากไว้ ปล่อยปละละเลยมัสยิด/โบสถ์ กำแพงพังทลายตลอดทางของหมู่บ้าน แต่หลักใหญ่ของเหตุการณ์คือ ซากศพที่กระจัดกระจายปนกับหินและเศษอิฐเศษปูนตลอดภูมิประเทศที่ถูกลืม”
จาก“ทั้งหมดกลายเป็นซากศพ” ของวาลิด คอลิดิ นักเขียนชาวปาเลสไตน์

ภาพบ้านเรือนชาวปาเลสไตน์ทางตะวันออกของเยรูซาเล็มที่ถูกทำลาย

ภาพผู้อพยพชาวปาเลสไตน์ที่ถูกกั้นจากบ้านของเขา
# การสนับสนุนของตะวันตกต่อแผนการของไซออนิสต์
ผู้นำไซออนนิสตระหนักว่าพวกเขาจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากภายนอก เพื่อที่จะตั้งกฏหมายรองรับการกระทำของพวกเขาในเวทีนานาชาติ แล้วจัดให้การกระทำของพวกเขาเป็นสิ่งที่ถูกกฏหมาย เป็นการป้องกันตนเองทางทหาร ประเทศอังกฤษเข้ามามีบทบาทในช่วงปี 1920และ1930 ต่อมาสหรัฐอเมริกาเข้ามาในช่วงกลางทศวรรษที่ 1940
นายธีโอดอร์ เฮิร์ซล์ (Theodor Herzl) เขียนเกี่ยวกับชุมชนยิวว่า “เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงป้องกันสำหรับยุโรปในเอเชีย เป็นด่านหน้าที่ความศิวิไลซ์ปะทะกับความป่าเถื่อน”
เลขาธิการการต่างประเทศของอังกฤษ นาย Arthur James Balfour เขียนถึงผู้นำชาวยิว นาย Lord Rothshild เพื่อให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลของอังกฤษจะสนับสนุนความคิดในการจัดหาถิ่นฐานบ้านเกิดให้กับชาวยิว โดยอังกฤษหวังว่า ด้วยวิธีการนี้จะได้รับการสนับสนุนจากยิวให้มีชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 1
สำนักงานการต่างประเทศ วันที่ 2 พฤษจิกายน 1917
ลอร์ดโรทชิลที่รัก:
ฉันมีความยินดีที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลสูงสุดในการที่จะแจ้งให้ทราบว่า คำแถลงการณ์แสดงความเห็นใจต่อความมุ่งปรารถนาของชาวยิวไซออนิสต์ได้รับการยอมรับและอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี:
มีความเห็นชอบสนับสนุนการสร้างชาติของประชาชนชาวยิวในปาเลสไตน์ และจะใช้ความพยายามที่ดีที่สุดในการอำนวยความสะดวกต่อวัตถุประสงค์นี้ เป็นที่เข้าใจโดยชัดเจนว่า ไม่มีสิ่งใดจะเป็นผลเสียต่อสิทธิพลเมืองและศาสนาของสังคมคนที่ไม่ใช่ยิวในปาเลสไตน์ หรือสิทธิและสถานภาพทางการเมืองของชาวยิวในประเทศอื่นๆ
ฉันจะสำนึกในบุญคุณ ถ้าคุณจะนำแถลงการณ์นี้ไปบอกให้รับทราบกันในสหภาพไซออนิสต์
อาเทอร์ เจมส์ บัลฟอร์
“แถลงการณ์บัลฟอร์” กลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการสนับสนุนจากนานาชาติเพื่อสถาปนาอิสราเอล
ที่มา: Zionism Facts and Myths

Sir Arthur Balfour
The original letter
# เป้าหมายดินแดนของไซออนิสต์เพื่อก่อตั้งรัฐยิว
ไซออนิสต์ให้การสนับสนุนการก่อตั้ง “รัฐยิว” ไม่ใช่แค่ในปาเลสไตน์ แต่รวมถึงในจอร์แดน ทางใต้ของเลบานอน และ พื้นที่บริเวณที่ราบสูงโกลัน(Golan Height) ซึ่งอยู่ระหว่างทางใต้ของเลบานอนและทางใต้ของซีเรีย
ในปี 1918 แบนกูเรียน(ผู้สถาปนารัฐอิสราเอล และนายกรัฐมนตรีคนแรกของอิสราเอล) บรรยายถึงอาณาเขตของรัฐในอนาคตว่า
“ทางเหนือ มีแม่น้ำลิทาเนีย(ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเลบานอน) ทางตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณทะลเลทรายเอาญา (Owja :العوجا) จนถึง 20 ไมล์ทางใต้ของดามัสกัส ขอบทางใต้เข้าไปในซีนายเป็นอย่างต่ำ จนถึงทะเลทรายอัลอะริช(al-’Arish: العريش) ทางตะวันออก ไปถึงทะเลทรายซีเรีย รวมถึงบริเวณทรานจอร์แดน”
ที่มา: Zionism Facts and Myths

# แผนการของไซออนิสต์
วัตถุประสงค์ของไซออนิสต์ไม่มีทางที่จะเป็นเพียงการยึดอาณานิคมปาเลสไตน์ สิ่งที่จำแนกความต่างระหว่างไซออนิสต์กับการล่าอาณานิคมอื่นๆคือ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่ตั้งรกรากกับประชาชน
การเคลื่อนไหวของไซออนิสต์เป็นการหาความสำเร็จของชาวยิวส่วนไหญ่และสร้างรัฐยิวบนดินแดนที่เป็นไปได้ วิธีการประกอบไปด้วย การโปรโมทให้ชาวยิวอพยพเข้ามาและได้รับที่ดินซึ่งจะกลายเป็นทรัพย์สินที่ไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นได้นอกจากจะเป็น “ประชาชนยิว” ด้วยกัน สิ่งนี้ป็นการป้องกันชนพื้นเมืองชาวอาหรับจากการไปถึงเป้าหมายของชาติและก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ และย้ายชาวปาเลสไตน์จากดินแดนของชาวปาเลสไตน์ และไล่ออกจากงานเมื่อประพฤติขัดแย้งกับผลประโยชน์ของไซออนิสต์
ปฎิญานวัตถุประสงค์ของการเคลื่อนไหวของไซออนิสต์ ไม่ใช่แค่เพียงการเอาเปรียบประชาชนชาวปาเลสไตน์แต่เป็นการตีให้แตกกระจายและขับไล่ออกไป โดยมีเจตนาที่จะแทนที่คนพื้นเมืองด้วยสังคมที่ถูกตั้งขึ้นใหม่ กำจัดชาวนา ช่างฝีมือ และผู้อยู่อาศัยในเมืองของปาเลสไตน์ให้หมดสิ้น และแทนที่ด้วยแรงงานใหม่ซึ่งเป็นองค์ประกอบของประชากรผู้มาตั้งรกรากชาวยิว
ในปี 1895 นายธีโอดอร์ เฮิร์ซล์ (Theodore Herzl) ผู้ก่อตั้งไซออนิสต์เขียนไว้ในไดอารี่ของเขาว่า “เราต้องยึดทรัพย์สินส่วนตัวในรัฐที่ถูกมอบให้กับเราอย่างค่อยเป็นค่อยไป เราต้องพยายามนำประชากรที่หมดเนื้อหมดตัวข้ามเขตแดนไป โดยจัดหาการจ้างงานเพื่อที่มันจะเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ขณะที่มีการปฏิเสธการจ้างงานในประเทศของเรา กระบวนการของการยึดครองและการเคลื่อนย้ายคนจนต้องทำให้สำเร็จโดยสิ้นเชิงและทำอย่างรอบคอบ”
การยึดทรัพย์สินและการขับไล่ชาวปาเลสไตน์เป็นผลลัพท์จากนโยบายของไซออนิสต์ ไซออนิสต์มุ่งเป้าไปที่สองความต้องการคือ บรรลุเป้าหมายว่าจะมีชาวยิวเป็นส่วนใหญ่ในปาเลสไตน์และได้รับการสถาปนาเป็นมลรัฐ การไม่คำนึงถึงสิทธิทางการเมืองและสิทธิของประชาชนชาวปาเลสไตน์และประชากรพื้นเมืองเป็นองค์ประกอบสำคัญของนโยบายไซออนิสต์
ที่มา: Zionism Facts and Myths
# ไซออนิสต์ (Zionism): รากเง้าของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์
ไซออนิสต์แสดงความเด่นชัดในทางการเมืองโดยทำให้ทุกคนเชื่อว่า การก่อตั้งไซออนิสต์ในปาเลสไตน์เป็นความคิดที่ดี ผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐยิวพยายามให้การรับรองทั้งในทางกฏหมายและในทางปฏิบัติว่า ประชากรหลักๆของเชื้อชาติยิวอาศัยอยู่ในดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
พรรคการเมืองไซออนิสต์เสนอทางออกทางเดียวของปัญหาการต่อต้านยิว คือ การแบ่งแยกชาวยิวออกจากสังคมที่ไม่ใช่ยิว การเปลี่ยนประเทศอาหรับของชาวปาเลสไตน์ไปเป็นดินแดนของชาวยิวอิสราเอล
ไซออนิสต์(หมายถึงอิสราเอล) มักถูกอ้างถึงว่าเป็น “การเคลื่อนไหวปลดปล่อยชาติยิว” การเคลื่อนไหวปลดปล่อยชาติเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าเป็นความพยายามของชนพื้นเมืองดั้งเดิมในการต่อสู้ เพื่อเคลื่อนย้ายอำนาจการยึดครองออกไปและนำสิทธิเสรีภาพกลับคืนมา ในทางกลับกัน ไซออนิสต์เป็นโครงการล่าอาณานิคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการขับไล่ประชาชนชาวปาเลสไตน์และการแย่งชิงทรัพย์สิน/ที่ดินของชาวปาเลสไตน์
การขับไล่คนพื้นเมืองดั้งเดิมถือเป็นการทำอาชณากรรมต่อมนุษย์ตามกฏหมายนานาชาติ
กองทุนประจำชาติยิว(The Jewish National Fund, JNF) เป็นองค์กรหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในการล่าอาณานิมคมของไซออนิสต์ JNFถูกก่อตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งดินแดนเพื่อก่อตั้งอาณานิคมชาวยิวในปาเลสไตน์ ตามบันทึกเอกสารของสมาคม วัตถุประสงค์แรกคือ “การซื้อหรือเช่าหรือแลกเปลี่ยนหรือวิธีการอื่นๆที่จะได้มาซึ่งดินแดน ป่าไม้ และสิทธิในความเป็นเจ้าของและสิทธิอื่นๆ…เพื่อวัตถุประสงค์ของการเข้ามาอาศัยอยู่ของชาวยิวในดินแดนนั้น”
กองทุนประจำชาติยิว (JNF) ได้รับขีดอำนาจกว้างในการพัฒนาที่ดิน แต่ไม่ใช่การพัฒนาเพื่อขาย กองทุนสามารถให้เช่าที่ดินที่ได้มาแก่ชาวยิวคนใดคนหนึ่งหรือบริษัทใดๆที่อยู่ภายใต้การควบคุมของยิว ผู้เช่าหรือผู้เช่าของผู้เช่า, ทายาท,ลูกจ้าง หรือใครก็ตามที่สัญญาเช่าถูกโอนหรือนำไปจำนองจะต้องเป็นยิวเท่านั้น ชาวอาหรับและคนที่ไม่ใช่ยิวถูกห้ามจากการอาศัยหรือทำงานในแผ่นดินของJNF โดยกองทุนประจำชาติยิว(JNF) ถือครองที่ดินเพื่อเป็นตัวแทนของ “กรรมสิทธิ์ของประชาชนชาวยิว”
ที่มา: Zionism Facts and Myths
