Extend to THINKER

Trace the answer

# นโยบายแบ่งแยกของอิสราเอล อะไรคือความหมายของคำว่า “รัฐยิว”

                การดำเนินการในกรอบความคิด ยิวและประชาธิปไตย คือการสนับสนุนให้ออกกฏหมายที่แบ่งแยกและไม่ยุติธรรม เพื่อมาต่อต้านชาวอาหรับ

 

                ผลการสำรวจในปี 2006 ปรากฏว่าสองในสามของชาวยิวอิสราเอลปฏิเสธการอาศัยอยู่ในอาคารร่วมกับชาวอาหรับ เกือบครึ่งไม่ยอมให้ชาวปาเลสไตน์อยู่ในบ้านของพวกเขา และ 40 % ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนการย้ายถิ่นของพลเมืองชาวปาเลสไตน์

 

                พรรคการเมือง Beitenu ของอิสราเอล สนับสนุนการร่างขอบเขตของรัฐอิสราเอลซึ่งแยกพลเมืองชาวปาเลสไตน์ออกไป

 

                หมู่บ้านชาวปาเลสไตน์จำนวนมาก ถูกลงวันที่ล่วงหน้าในการสถาปนาเป็นอิสราเอล  หมู่บ้านชาวปาเลสไตน์เหล่านั้นไม่ถูกยอมรับโดยรัฐบาล ไม่ปรากฏในแผนที่ ดังนั้นจึงไม่ได้รับน้ำประปา ไฟฟ้า และถนน  ซึ่งสิงเหล่านี้มีอยู่ที่ชาวยิวแต่ไม่มีสำหรับชาวปาเลสไตน์ เป็นเหตุให้อาศัยอยู่อย่างแออัดอย่างรุนแรง

 

                มากกว่า 50%   ของเด็กอาหรับขาดสารอาหารและมากกว่า 44% ของครอบครัวชาวอาหรับนั้นยากจน  จากจำนวน 20 เมืองในอิสราเอล อัตราการว่างงานสูงที่สุดอยู่ที่เมืองของชาวอารับ

 

                เด็กๆชาวปาเลสไตน์ไปโรงเรียนที่ได้รับทุนสนับสนุนเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของกองทุนที่ให้กับโรงเรียนชาวยิว ตำราเรียนของโรงเรียนอิสราเอลบรรยายว่าชาวอาหรับเป็นผู้ด้อยกว่า, ล้าหลัง, หัวรุนแรง,และไม่มีศีลธรรม

 

                ศาลสูงสุดของอิสราเอลออกกฏหมายการทำลายทางการเมืองของนักกิจกรรมชาวปาเลสไตน์ ยึดที่ดินของชาวปาเลสไตน์  ทำลายบ้านเรือนชาวปาเลสไตน์ และใช้ชาวปาเลสไตน์เป็นโล่มนุษย์

 

onlydemocracy1

onlydemocracy2

 

onlydemocracy3

 

onlydemocracy4

 

February 10, 2009 Posted by | Zionism Facts and Myths book | , , , , , | Leave a comment

# เรื่องโกหก: ประชาธิปไตยประเทศเดียวในตะวันออกกลาง

                นโยบายการแบ่งแยก คือธรรมเนียมของระบอบการปกครองที่เป็นระบบการกดขี่และการมีอำนาจของกลุ่มเชื้อชาติหนึ่งเหนือกลุ่มอื่นๆ ขณะที่ ชาวอาหรับอิสราเอล สามารถลงคะแนนเสียงได้ แต่พวกเขาก็เป็นรองกว่าและเป็นคนกลุ่มน้อยทำให้ไม่มีความสำคัญ

 

            กฏหมายการกลับเข้ามา(Law of return)ให้สิทธิความเป็นพลเมืองอย่างอัตโนมัติแก่ชาวยิวที่อยู่ในทุกๆที่ทั่วโลก ขณะที่สิทธิเหล่านี้ถูกปฏิเสธไปยังผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์และลูกหลานของพวกเขาซึ่งถูกบังคับหรือหนีจากความกลัวที่บ้านของพวกเขาจำนวน 750,000 คน และกลับกลายเป็นประเทศอิสราเอลในปี 1948

 

            เมื่อพลเมืองชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอล ต้องการให้รัฐของพวกเขาเป็นรัฐของพลเมืองทุกคน เป็นประชาธิปไตย และเป็นรัฐเซคคิวลาร์ พวกก็เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นอันตรายต่อรัฐ

 

                กฎหมายพื้นฐานของอิสราเอลที่เกี่ยวกับเกียรติและสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เป็น ประชาธิปไตยของชาวยิว(เท่านั้น) แม้ว่า 24% ของประชากรไม่ใช่ยิว อิสราเอลให้คำจำกัดความตนเองว่าเป็นรัฐของยิวซึ่งรวมถึงชาวยิวทั่วโลกที่ไม่ใช่พลเมืองในรัฐยิว ไม่ใช่รัฐของพลเมืองที่แท้จริงที่อาศัยอยู่ในเวลานี้ (ซึ่งประกอบไปด้วยคนไม่ใช่ยิวนับล้านคน)

 

                ที่ดินส่วนมากของอิสราเอลเป็นทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของชาวอิสราเอล แต่เป็นของชาวยิวทั่วโลก คนที่ไม่ใช่ยิวอย่างพลเมืองชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอล ถูกกีดกันโดย JNF ในการเข้าไปในที่ดินของรัฐและความเป็นเจ้าของที่ดิน(ประมาณ 90%ของรัฐ)

 

                กฏหมายแห่งชาติของอิสราเอลห้ามพลเมืองชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอลแต่งงานและอาศัยอยู่อย่างสามีภรรยาในอิสราเอล กับชาวปาเลสไตน์ที่มาจากดินแดนที่ถูกยึดครอง กฏหมายเดียวกันนี้ไม่มีผลบังคับใช้กับชาวยิวอิสราเอลซึ่งแต่งงานกับชาวยิวที่มาตั้งรกรากอาศัยอยู่ในดินแดนที่ถูกยึดครอง กฏระเบียบที่คล้ายกันนี้เคยถูกเสนอในแอฟริกาใต้ในช่วงเวลาที่เกิดนโยบายการแบ่งแยกสียิว เพียงแต่ถูกปฏิเสธจากศาลสูงสุดของประเทศ แต่กฏหมายแห่งชาติของอิสราเอลได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากศาลสูงของอิสราเอลในปี 2006

 

                บุคคลใดที่ไม่ยอมรับอิสราเอลว่าเป็นรัฐของยิวและไซออนิสต์ จะไม่สามารถเป็นพลเมืองในประเทศนี้ได้  นาย Avigdor Lieberman รัฐมนตรีกลยุทธ์การคุกคาม

 

 

February 10, 2009 Posted by | Zionism Facts and Myths book | , , , , | Leave a comment

# การขโมยแผ่นดินปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง

                มีการยึดแผ่นดินปาเลสไตน์ไปเสริมอิสราเอลอีก 90 %

 

                กองทุนยิว(JNF)สร้างบริษัทส่วนตัวในการซื้อที่ดินสำหรับประชาชนชาวยิวและเพื่อจุดประสงค์ของทุกวันนี้  13% ของแผ่นดินอิสเราเอลเป็นของกองทุน JNF และ JNF ไม่ให้ผู้ที่ไม่ใช่ยิวเช่าที่ดิน  ประมาณ 80% ของดินแดนของ JNF ไม่ถูกซื้อ แต่ได้มาอย่างง่ายๆจากผู้ที่หนีในช่วงสงคราม 1948 และถ่ายโอนไปเป็นของกองทุน JNF เพื่อใช้เฉพาะชาวยิวเท่านั้น

 

                การไถ่ถอนที่ดิน (Redemption of land)” หมายถึงการโอนที่ดินจากอาหรับไปยังชาวยิว และยังคงดำเนินต่อไป บริษัทสาขาของกองทุน JNF (Himnuta) เกี่ยวข้องแม้กระทั่งกับ การไถ่ถอน ที่ดินในดินแดนที่ถูกยึดครอง

 

                ในปี 1961 มีการตกลงว่า ที่ดินของJNF และที่ดินของรัฐที่ขโมยมา จะถูกจัดการโดยคณะบริหารที่ดินของรัฐบาลอิสราเอล(Israel Lands Administration (ILA)) และอยู่ภายใต้บางกฏเกณฑ์ที่ลงมติโดยกองทุน JNF ในปี 1906 ยกตัวอย่างเช่น การปฏิเสธการใช้,การเช่า,การพัฒนา,หรือการเข้าไปของบุคคลที่ไม่ใช่ยิว คณะบริหารที่ดินของรัฐบาลอิสราเอล(ILA) จัดการที่ดิน 92.6% ของที่ดินในอิสราเอล นอกจากนี้ทรัพย์สินของผู้ลี้ภัยนับเป็ น 76% ของที่ดินของหมู่บ้านที่ยังคงอยู่ในอิสราเอล

 

            JNF โน้มน้าวว่า มันเป็นการ ปลูกต้นไม้ใหม่เพื่อ สภาพแวดล้อม ซึ่งในความจริงต้นไม้เหล่านี้ถูกปลูกอยู่บนหมู่บ้านชาวปาเลสไตน์ที่ถูกทำลาย

 

                JNF ประกาศอย่างงดงามว่า อย่างไรก็ตาม คราบข้อมูลทางประวัติศาสตร์ถูกสร้างขึ้นในสวนและป่าของ JNF สวนและป่าของ JNFจะอ้างชื่อหมู่บ้านชาวอาหรับที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นั่นมาก่อน

jnflogo

สัญลักษณ์ของกองทุน JNF

jnf1

การบริจาคเงินให้กองทุน JNF ผ่านเว็บไซต์

jnf-map2jnf-map1

 

February 10, 2009 Posted by | Zionism Facts and Myths book | , , | Leave a comment

# เรื่องโกหก: ยิวซื้อแผ่นดินจากอาหรับ

                ในความจริง หลังจากสิ้นปี 1947 ไซออนิสต์ได้ดินแดนเพียง 6.59% จากดินแดนทั้งหมดของปาเลสไตน์

 

            กองทุนชาติยิว(JNF)ประเมินว่า ดินแดนที่ได้มาจากคำสั่ง (ของ UN) เป็นเพียงแค่ 2 %  ของรัฐอิสราเอล  ซึ่งในจำนวนนั้นกองทุน JNF และเจ้าของส่วนตัวที่เป็นยิว ถือครอบครอง 10% และเกือบทั้งหมด(เกือบ 90 %)ของผู้อยู่อาศัยในช่วงการสงบศึกปี 1949 เป็นของชาวปาเลสไตน์

           

            มีการใช้กำลังให้ละทิ้งทรัพย์สมบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าเท่ากับการบริจาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อทำให้อิสราเอลเป็นรัฐขึ้นมาได้

 

                ชุมชนยิว 370 ชุมชนถูกสร้างระหว่างปี 1948 และในช่วงต้นปี 1953 ซึ่ง 350 ชุมชนอยู่บนที่ดินของผู้ที่ไม่มา* 10,000 ร้านค้า ธุรกิจ และเสบียงอยู่ในมือของชาวยิว

               

 

orenge

 

                ก่อนสงคราม ครึ่งหนึ่งของสวนซิตรัสมีชาวอาหรับเป็นเจ้าของ ในปี 1951 ผลไม้จากดินแดนนี้นับเป็น 10% ของรายได้จากเงินตราต่างประเทศของประเทศ ในช่วงต้นทศวรรษ 1950 เกือบ 95%เป็นสวนมะกอกของอิสราเอล 40,000 ไร่องุ่น และ 10,000 สวนอื่นๆที่ไม่ใช่สวนซิตรัสเป็นการขโมยที่ดินของชาวปาเลสไตน์

 

            อิสราเอลลงมติใช้ชุดกฏหมายจอมปลอมเพื่ออำพรางการปล้นแผ่นดิน ประกอบไปด้วย:

ข้อกำหนดฉุกเฉินเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ที่ไม่มา

กฎหมายการได้มาซึ่งทรัพย์สินของ ผู้ที่ไม่มา

ข้อกำหนดฉุกเฉินสำหรับการหาประโยชน์ใส่ตัวจากแผ่นดินที่ขาดการดูแล

ข้อกำหนดฉุกเฉิน (พื้นที่เพื่อความมั่นคง)

กฏหมายคำร้องขอที่ดินฉุกเฉิน

กฏหมายอำนาจในการพัฒนา (เกี่ยวกับการถ่ายโอนทรัพย์สิน)

กฏหมายการได้มาซึ่งที่ดิน(ความสมเหตุสมผลและการชดเชย)

 

 

*ผู้ที่ไม่มา (Absenteen) หมายถึง ชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดที่ออกนอกประเทศไป ไม่ว่าจะเป็นกรณีการลี้ภัยหรือไม่ก็ตาม ทรัพย์สิน/ที่ดินทั้งหมดจะถูกยึด และไม่มีสิทธิกลับเข้ามาอีก

February 10, 2009 Posted by | Zionism Facts and Myths book | , , , , , , | Leave a comment