Extend to THINKER

Trace the answer

# เรื่องโกหก: ประชาธิปไตยประเทศเดียวในตะวันออกกลาง

                นโยบายการแบ่งแยก คือธรรมเนียมของระบอบการปกครองที่เป็นระบบการกดขี่และการมีอำนาจของกลุ่มเชื้อชาติหนึ่งเหนือกลุ่มอื่นๆ ขณะที่ ชาวอาหรับอิสราเอล สามารถลงคะแนนเสียงได้ แต่พวกเขาก็เป็นรองกว่าและเป็นคนกลุ่มน้อยทำให้ไม่มีความสำคัญ

 

            กฏหมายการกลับเข้ามา(Law of return)ให้สิทธิความเป็นพลเมืองอย่างอัตโนมัติแก่ชาวยิวที่อยู่ในทุกๆที่ทั่วโลก ขณะที่สิทธิเหล่านี้ถูกปฏิเสธไปยังผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์และลูกหลานของพวกเขาซึ่งถูกบังคับหรือหนีจากความกลัวที่บ้านของพวกเขาจำนวน 750,000 คน และกลับกลายเป็นประเทศอิสราเอลในปี 1948

 

            เมื่อพลเมืองชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอล ต้องการให้รัฐของพวกเขาเป็นรัฐของพลเมืองทุกคน เป็นประชาธิปไตย และเป็นรัฐเซคคิวลาร์ พวกก็เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นอันตรายต่อรัฐ

 

                กฎหมายพื้นฐานของอิสราเอลที่เกี่ยวกับเกียรติและสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เป็น ประชาธิปไตยของชาวยิว(เท่านั้น) แม้ว่า 24% ของประชากรไม่ใช่ยิว อิสราเอลให้คำจำกัดความตนเองว่าเป็นรัฐของยิวซึ่งรวมถึงชาวยิวทั่วโลกที่ไม่ใช่พลเมืองในรัฐยิว ไม่ใช่รัฐของพลเมืองที่แท้จริงที่อาศัยอยู่ในเวลานี้ (ซึ่งประกอบไปด้วยคนไม่ใช่ยิวนับล้านคน)

 

                ที่ดินส่วนมากของอิสราเอลเป็นทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของชาวอิสราเอล แต่เป็นของชาวยิวทั่วโลก คนที่ไม่ใช่ยิวอย่างพลเมืองชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอล ถูกกีดกันโดย JNF ในการเข้าไปในที่ดินของรัฐและความเป็นเจ้าของที่ดิน(ประมาณ 90%ของรัฐ)

 

                กฏหมายแห่งชาติของอิสราเอลห้ามพลเมืองชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอลแต่งงานและอาศัยอยู่อย่างสามีภรรยาในอิสราเอล กับชาวปาเลสไตน์ที่มาจากดินแดนที่ถูกยึดครอง กฏหมายเดียวกันนี้ไม่มีผลบังคับใช้กับชาวยิวอิสราเอลซึ่งแต่งงานกับชาวยิวที่มาตั้งรกรากอาศัยอยู่ในดินแดนที่ถูกยึดครอง กฏระเบียบที่คล้ายกันนี้เคยถูกเสนอในแอฟริกาใต้ในช่วงเวลาที่เกิดนโยบายการแบ่งแยกสียิว เพียงแต่ถูกปฏิเสธจากศาลสูงสุดของประเทศ แต่กฏหมายแห่งชาติของอิสราเอลได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากศาลสูงของอิสราเอลในปี 2006

 

                บุคคลใดที่ไม่ยอมรับอิสราเอลว่าเป็นรัฐของยิวและไซออนิสต์ จะไม่สามารถเป็นพลเมืองในประเทศนี้ได้  นาย Avigdor Lieberman รัฐมนตรีกลยุทธ์การคุกคาม

 

 

Advertisements

February 10, 2009 Posted by | Zionism Facts and Myths book | , , , , | Leave a comment

# การขโมยแผ่นดินปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง

                มีการยึดแผ่นดินปาเลสไตน์ไปเสริมอิสราเอลอีก 90 %

 

                กองทุนยิว(JNF)สร้างบริษัทส่วนตัวในการซื้อที่ดินสำหรับประชาชนชาวยิวและเพื่อจุดประสงค์ของทุกวันนี้  13% ของแผ่นดินอิสเราเอลเป็นของกองทุน JNF และ JNF ไม่ให้ผู้ที่ไม่ใช่ยิวเช่าที่ดิน  ประมาณ 80% ของดินแดนของ JNF ไม่ถูกซื้อ แต่ได้มาอย่างง่ายๆจากผู้ที่หนีในช่วงสงคราม 1948 และถ่ายโอนไปเป็นของกองทุน JNF เพื่อใช้เฉพาะชาวยิวเท่านั้น

 

                การไถ่ถอนที่ดิน (Redemption of land)” หมายถึงการโอนที่ดินจากอาหรับไปยังชาวยิว และยังคงดำเนินต่อไป บริษัทสาขาของกองทุน JNF (Himnuta) เกี่ยวข้องแม้กระทั่งกับ การไถ่ถอน ที่ดินในดินแดนที่ถูกยึดครอง

 

                ในปี 1961 มีการตกลงว่า ที่ดินของJNF และที่ดินของรัฐที่ขโมยมา จะถูกจัดการโดยคณะบริหารที่ดินของรัฐบาลอิสราเอล(Israel Lands Administration (ILA)) และอยู่ภายใต้บางกฏเกณฑ์ที่ลงมติโดยกองทุน JNF ในปี 1906 ยกตัวอย่างเช่น การปฏิเสธการใช้,การเช่า,การพัฒนา,หรือการเข้าไปของบุคคลที่ไม่ใช่ยิว คณะบริหารที่ดินของรัฐบาลอิสราเอล(ILA) จัดการที่ดิน 92.6% ของที่ดินในอิสราเอล นอกจากนี้ทรัพย์สินของผู้ลี้ภัยนับเป็ น 76% ของที่ดินของหมู่บ้านที่ยังคงอยู่ในอิสราเอล

 

            JNF โน้มน้าวว่า มันเป็นการ ปลูกต้นไม้ใหม่เพื่อ สภาพแวดล้อม ซึ่งในความจริงต้นไม้เหล่านี้ถูกปลูกอยู่บนหมู่บ้านชาวปาเลสไตน์ที่ถูกทำลาย

 

                JNF ประกาศอย่างงดงามว่า อย่างไรก็ตาม คราบข้อมูลทางประวัติศาสตร์ถูกสร้างขึ้นในสวนและป่าของ JNF สวนและป่าของ JNFจะอ้างชื่อหมู่บ้านชาวอาหรับที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นั่นมาก่อน

jnflogo

สัญลักษณ์ของกองทุน JNF

jnf1

การบริจาคเงินให้กองทุน JNF ผ่านเว็บไซต์

jnf-map2jnf-map1

 

February 10, 2009 Posted by | Zionism Facts and Myths book | , , | Leave a comment

# เรื่องโกหก: ยิวซื้อแผ่นดินจากอาหรับ

                ในความจริง หลังจากสิ้นปี 1947 ไซออนิสต์ได้ดินแดนเพียง 6.59% จากดินแดนทั้งหมดของปาเลสไตน์

 

            กองทุนชาติยิว(JNF)ประเมินว่า ดินแดนที่ได้มาจากคำสั่ง (ของ UN) เป็นเพียงแค่ 2 %  ของรัฐอิสราเอล  ซึ่งในจำนวนนั้นกองทุน JNF และเจ้าของส่วนตัวที่เป็นยิว ถือครอบครอง 10% และเกือบทั้งหมด(เกือบ 90 %)ของผู้อยู่อาศัยในช่วงการสงบศึกปี 1949 เป็นของชาวปาเลสไตน์

           

            มีการใช้กำลังให้ละทิ้งทรัพย์สมบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าเท่ากับการบริจาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อทำให้อิสราเอลเป็นรัฐขึ้นมาได้

 

                ชุมชนยิว 370 ชุมชนถูกสร้างระหว่างปี 1948 และในช่วงต้นปี 1953 ซึ่ง 350 ชุมชนอยู่บนที่ดินของผู้ที่ไม่มา* 10,000 ร้านค้า ธุรกิจ และเสบียงอยู่ในมือของชาวยิว

               

 

orenge

 

                ก่อนสงคราม ครึ่งหนึ่งของสวนซิตรัสมีชาวอาหรับเป็นเจ้าของ ในปี 1951 ผลไม้จากดินแดนนี้นับเป็น 10% ของรายได้จากเงินตราต่างประเทศของประเทศ ในช่วงต้นทศวรรษ 1950 เกือบ 95%เป็นสวนมะกอกของอิสราเอล 40,000 ไร่องุ่น และ 10,000 สวนอื่นๆที่ไม่ใช่สวนซิตรัสเป็นการขโมยที่ดินของชาวปาเลสไตน์

 

            อิสราเอลลงมติใช้ชุดกฏหมายจอมปลอมเพื่ออำพรางการปล้นแผ่นดิน ประกอบไปด้วย:

ข้อกำหนดฉุกเฉินเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ที่ไม่มา

กฎหมายการได้มาซึ่งทรัพย์สินของ ผู้ที่ไม่มา

ข้อกำหนดฉุกเฉินสำหรับการหาประโยชน์ใส่ตัวจากแผ่นดินที่ขาดการดูแล

ข้อกำหนดฉุกเฉิน (พื้นที่เพื่อความมั่นคง)

กฏหมายคำร้องขอที่ดินฉุกเฉิน

กฏหมายอำนาจในการพัฒนา (เกี่ยวกับการถ่ายโอนทรัพย์สิน)

กฏหมายการได้มาซึ่งที่ดิน(ความสมเหตุสมผลและการชดเชย)

 

 

*ผู้ที่ไม่มา (Absenteen) หมายถึง ชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดที่ออกนอกประเทศไป ไม่ว่าจะเป็นกรณีการลี้ภัยหรือไม่ก็ตาม ทรัพย์สิน/ที่ดินทั้งหมดจะถูกยึด และไม่มีสิทธิกลับเข้ามาอีก

February 10, 2009 Posted by | Zionism Facts and Myths book | , , , , , , | Leave a comment

# ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์: ต้นกำเนิดปัญหาผู้ลี้ภัย

                ระหว่างการสร้างรัฐไซออนิสต์ในปี 1948 ชาวปาเลสไตน์ประมาณ 750,000 คน ถูกบังคับให้กลายเป็นผู้ลี้ภัยร่วมกับลูกหลานของพวกเขา ผู้ลี้ภัยมากกว่า 4.3 ล้านคน ถูกลงทะเบียนกับ UN และมากกว่า 1.7 ล้านคนไม่ได้ลงทะเบียน

 

                หนึ่งในสามของผู้ลี้ภัยที่ลงทะเบียนอาศัยอยู่ใน 59 ค่ายผู้ลี้ภัยของ UN ในประเทศจอร์แดน, เลบานอน, ซีเรีย, ในเขตเวสแบงค์และในฉนวนกาซาของปาเลสไตน์ ผู้ลี้ภัยจำนวนมากยังคงอาศัยอยู่ในและรอบๆเมืองของเขตเวสแบงค์และในฉนวนกาซาและประเทศเพื่อนบ้าน

 

                ทั้งหมดของผู้ลี้ภัยในปี1948และผู้ที่ย้ายออกจากข้างในนั้น ถูกออกกฏหมายเป็น ผู้ที่ไม่มา ดังนั้น 4 ล้านคนของผู้ลี้ภัยในปี 1948 ทุกวันนี้อยู่ภายนอก แถวเขียว*ทั้งที่ดินและทรัพย์สินของพวกเขาทั้งหมดที่อยู่ในอิสราเอลถูกโอนสิทธิทั้งหมดไปยังประชาชนชาวอิสราเอล

 

            ประชากรชาวอาหรับปาเลสไตน์ 250,000 คนจากประมาณหนึ่งล้านคนของอิสราเอลได้ย้ายออกจากข้างในนั้น ดังนั้นจึงถูกเรียกว่า ผู้ที่ไม่มาปรากฏตัว และถูกปฏิเสธทุกสิทธิในทรัพย์สินของพวกเขาในช่วงก่อนปี 1948 ที่อยู่ภายในอิสราเอล

 

                ถึงอย่างไรก็ตามรัฐได้ปฏิเสธสิทธิในการกลับไปยังบ้านและหมู่บ้านของพวกเขา แม้ว่าความจริงนั้นพวกเขาเป็นพลเมืองชาวอิสราเอล

 

green_lines

 

               *แถวเขียว หรือ Green line เป็นชื่อที่อ้างถึงแนวเส้นของข้อตกลงพักรบในปี 1949

 

 

tents

 

ค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ ในหมู่บ้าน  Nahr al-Barid ทางตอนเหนือของเลบานอน ในช่วงฤดูหนาว ปี 1948

 

 

old

 

ชายชราผู้ลี้ภัย

 

 

February 3, 2009 Posted by | Zionism Facts and Myths book | , , , , , , | Leave a comment